Amitav Ghosh, The Glass Palace
To use the past to justify the present is bad enough—but it’s just as bad to use the present to justify the
To use the past to justify the present is bad enough—but it’s just as bad to use the present to justify the
Men go abroad to wonder at the heights of mountains, at the huge waves of the sea, at the long courses of
ปืนใหญ่nnnnnปืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าที่ทำการอำเภอเมือง ประจวบฯ นี้ … ได้ฟังเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ในบ้านว่าเป็นของต้นตระกูลที่นำมาจากเมืองจีน ปืนใหญ่มากับเรือสำเภา เพราะสมัยนั้น ฮกโค้ว (นายฮก แซ่โค้ว) ซึ่งเป็นต้นตระกูล ของตระกูลอรชุน และตระกูลคีรีศรี ซึ่งเป็นเทียดของผู้เขียน เดินทางค้าขาย และทะเลในสมัยนั้นในทะเลมีโจรสลัดอยู่มาก ก็เลยต้องมีปืนใหญ่ติดเรือเอาไว้nnเมื่อเทียดฮกได้ตั้งรกรากอยู่ที่ริมทะเลอ่าวเกาะหลัก ก็ได้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมง ต่อเรือ เป็นช่างไม้ และทำเกษตร ชาวบ้านในเวลานั้นเรียกเทียดว่า
ชาวซามอร์โร (Chamorro) บนเกาะกวม (Guam) ในมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกต้นกร่าง (Banyan tree) ว่า นุนู (Nunu Tree) พวกเขามีความเชื่อว่า ต้นนุนู เป็นที่อาศัยของเต๋าเต๋าโมนะ (Taotaomo’na)nnมีตำนานเล่าขานเรื่องราวของ เต๋าเต๋าโมนะ ที่แปลว่า ผู้ที่อยู่มาก่อน หรือ ดวงวิญญาณของบรรพชน ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินร่วมกับพวกเราnnเต๋าเต๋าโมนะ
ปี 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้รวมเอาเมืองนารัง เมืองกุยบุรี และเมืองคลองวาฬเช้าด้วยกัน พระราชทานนามว่า “เมืองประจวบคีรีชันธ์” คู่กับ ”เมืองประจันตคีรีเขต” ที่ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชาnnตำแหน่งเจ้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ ในเวลานั้น พระราชทานนามว่า พระพิไชยชลสินธุ์ ซึ่งหากเปิดดูเว็บไซด์ของจังหวัดจะพบว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัด 3 คนแรก ที่ใช้ตำแหน่งว่า พระพิชัยชลสินธ์
เมื่อวานนี้ (12 พ.ย. 2566)โทรไปคุยกับอาจารย์ท่านหนี่ง อาจารย์เป็นนักธรณีวิทยาแต่ก็มีผลงานศึกษาและเขียนเรื่องราวประวัติศาสตร์และโบราณคดีไว้มาก อาจารย์บอกว่าน่าจะช่วยๆ กันเขียน เพื่อเก็บประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองประจวบฯ เอาไว้บ้าง เพราะบ้านเรายังขาดคนที่ช่วยกันบันทึก ( ผู้เขียนก็เห็นว่าดีเหมือนกัน)nnอย่างเหตุการณ์ที่เครื่องบิน จากกองบิน 5 ทำระเบิดตก บริเวณสำนักงานที่ทำการ อ.เมือง บริเวณสนามเทนทิส เนี่ยะ มีคนบาดเจ็บและล้มตายมากมาย เหตุการณ์เกิดขึ้นปีไหนอันนี้ผู้เขียนยังไม่มีข้อมูลในตอนนี้ แต่อาที่ผู้เขียนรู้จักคนหนึ่ง
God is the most uninteresting answer to the most interesting questions.nnพระเจ้า…เป็นคำตอบที่น่าเบื่อ สำหรับคำถามที่น่าสนใจที่สุด
4 ธ.ค. 2566…เมื่อคืนนี้ฝนตกลงมาตั้งแต่ตีหนึ่ง อุตุฯ บอกว่าภาคใต้คงจะมีฝนตกหนักไปอีกสามสี่วัน วันนี้ตอนเช้าตื่นมาไม่มีฝนแต่ว่าท้องฟ้าก็มืดครึ้มตลอด ไร้แสงแดด พอมาถึงสวนก็เลยรีบออกไปตัดหญ้าสักหน่อย เพราะไม่รู้ว่าฝนจะคกมาตอนไหนnnแล้วตอนที่ตัดหญ้านี่ก็ไปเจอเจ้าดอกไม้สีม่วงนี่ กำลังบานสวยเลย แต่ว่าไม่รู้เหมือนกันว่ามันชื่อภาษาไทยอะไรนะ แต่ว่าลองกูเกิ้ลดูก็พบว่าชื่อภาษาอังกฤษของมัน คือ Spurred butterfly pea, butterfly pea, blue bell, wild blue
Our life is a walk in the night, we know not how great the distance to the dawn that awaits us. And
เมื่อหลายสิบปีก่อนในสวนเคยมีปลูกมะม่วงฟ้าลั่นเอาไว้กว่า 40 ต้น เพราะตอนที่ซื้อที่ดินแปลงนี้มาใหม่ๆ นั้นเป็นที่ค่อนข้างจะโล่ง มีมะพร้าวเป็นหลัก แต่ว่าที่ดินกว่าครึ่งก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรนอกจากเลี้ยงสัตว์ พ่อของผู้เขียนก็เลยเอามะม่วงมาลงไว้เต็มไปหมด สมัยนั้นมะม่วงฟ้าลั่นเป็นของแปลกสำหรับผู้เขียนตอนเด็กๆ เพราะไม่เคยเห็นมะม่วงที่ปลอกแล้วแตกลั่นเหมือนเมล็ดเปาะแปะมาก่อนเลย จำได้ว่าพ่อเคยพาไปเดินดูต้นมะม่วงในงานแฟร๋ในโรงเรียนสละชีพแล้วก็เอามะม่วงฟ้าลั่นมาปลูก ตอนแรกนั้นลงไปหลายร้อยต้นแต่ว่าเหลือรอดแค่สี่สิบต้น ที่ให้ผลผลิตได้ แต่ว่าฟ้าลั่นก็เป็นมะม่วงที่ราคาไม่ดี คงเพราะถ้าไม่แก่จัดรสชาติค่อนข้างจะจืด บางปีก็ถูกกว่ามะม่วงแก้วเสียอีก หลังๆ ก็เลยหันไปนิยมปลูกมะม่วงอื่นแทน อย่างน้ำดอกไม้ มหาชนก ส่วนมะม่วงฟ้าลั่นที่ปลูกนั้น ตอนหลังผู้เขียนทำไฟไหม้จนแปลงมะม่วงฟ้าลั่นเดิมตายไปหมด