เลม่อน

… อาทิตย์ก่อนมีงานเกษตรบริเวณหน้าเทศบาลประจวบฯ ก็เลยได้เดินชมต้นไม้ ดอกไม้ไปตามประสา แล้วก็หิ้วต้นไม้ติดไม้ติดมือกลับมาปลูกในสวนบ้างต้นสองต้น ส่วนใหญ่ก็จะเน้นมะม่วงเป็นหลัก แต่ผลไม้อื่นก็ปลูกเล่นๆ บ้างประปรายในสวน อย่าง ทุเรียน เงาะ ฝรั่งก็มี่บ้างประปรายnnงานครั้งนี้ยังได้ต้นเลม่อนมาด้วยต้นหนึ่ง จริงๆ ทดลองเอาไปปลูกหลายครั้งแล้ว แต่ว่าไม่รอดสักทีหนึ่งnnอันที่จริง คนไทย เรียก มะนาวไทย เป็น Lemon (เลม่อน) ซึ่งที่จริง มะนาวไทย ภาษาอังกฤษเรียก Lime (ไลม์) และมะนาวฝรั่งถึงจะเรียกเลม่อนnnแต่ว่าหากกลับไปดูที่มาของคำศัพท์เราจะพบว่า Lemon และ Lime คือคำๆ เดียวกัน โดยสันนิษฐานว่าคำว่า lemon (ฝรั่งเศส “limon”, อิตาลี “limone”) เป็นคำที่มาจากภาษาเปอร์เซีย Limun (لیموها) ซึ่งมาจากคำในภาษาสันสฤต Lime (निम्बू) นั้นแหละnnต้นกำเนิดของเลม่อนยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ว่าการศึกษาพันธุกรรมโดยนักวิทยาศาสตร์เชื้อสานจีน กู๋ฮง หวู (Guohong Albert Wu) เมื่อไม่นานมานี่ ตีพิมพ์ลงในหนังสือแม็กกาซีน Nature กุมภาพันธ์ 2018 ชี้ให้เห็นว่าเลม่อน มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณตอนเหนือของพม่า อินเดีย และจีนตอนใต้ พันธุกรรมบอกว่าเลมอนเป็นพืชที่เกิดจากการผสมระหว่าง มะงั่ว (Citron, Citru medica) กับ ส้มซ่า (Citrus aurantium)nnเชื่อกันว่าเลม่อนถูกนำไปยังยุโรปผ่านเส้นทางสายไหม ในศตวรรษ ที่ 1 นี้เอง และในเวลานั้นเลม่อนก็ยังไม่เป็นที่นิยมเพาะปลูกในยุโรปnnมีการบันทึกเกี่ยวกับการเพาะปลูกเลม่อน ในหนังสือของ คัสตัส อัลรูมิ (Qustus al-Rumi) ในศตวรรษที่ 10nnน้ำผสมเลม่อน (Lemonade) เพิ่งเป็นที่นิยมในยุโรปเมื่อ ศตรวรรษที่ 13 โดยชาวยิวมีการจำหน่ายน้ำเลม่อนผสมน้ำหวานเรียกว่า qatarmizatnnในปี 1493 เมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Chirstopher Columbus) ค้นพบทวีปอเมริกา เขายังได้นำเอาเมล็ดเลม่อนเข้าไปปลูกเป็นครั้งแรกด้วย โดยต้นเลม่อนที่โคลัมบัสปลูกเป็นต้นแรกถูกปลูกในเฮติ (Haiti) ก่อนที่มันจะถูกขยายพันธ์ไปยังอเมริกาแผ่นดินใหญ่nn20 สิงหาคม 1630, น้ำผสมเลม่อน ถูกเปิดตัวในปารีสในฐานะของ ซอฟต์ดริ้ง (Soft drink) โดยเป็นน้ำอัดลมที่ผสมน้ำเลม่อนและน้ำหวาน วันที่ 20 สิงหาคม ของทุกปี จึงกลายเป็น “วันน้ำเลม่อน (Lemonade day)”nnก่อนที่ในปี 1676 บริษัท Compagnie de Lemonadiers ในปารีส จะผลิตน้ำผสมเลม่อนออกจำหน่ายnnมิสซีน.บีตัน (Mrs.Isabella Beeton) เขียนสูตรน้ำเลม่อนของเธอเอาไว้ในคู่มือแม่ศรีเรือน (Mr.s.Beeton’s Book of Household Management) ในปี 1861 ว่าใช้เลม่อน 2 ลูกฝานเป็นแผ่น และน้ำเลม่อน 3 ลูก กับน้ำหวาน ¾ ถ้วย มาผสมให้เข้ากัน หลังจากนั้นเติมน้ำประมาณ 1.13 ลิตร (1 quart) ก่อนน้ำไปเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ เป็นเวลา 2 วัน คนบ้างเป็นครั้งคราว หลังจาก 2 วันน้ำน้ำเลม่อนมากรองใส่ภาชนะสะอาดเก็บไว้ให้ครบ 7 วัน ก็นำมาเสริฟได้… 🍃nnWhen life gives you lemons, make lemonadennเมื่อชีวิตมอบเลม่อนให้คุณ, จงทำน้ำมะนาว ..(ถ้าชีวิตเจอกับอุปสรรค, จงเปลี่ยนมันเป็นพลัง)nnElbert Hubbard

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *