วันก่อนเดินเข้าไปในวันเกาะหลัก เพื่อชมรูปหล่อหลวงพ่อเปี่ยม (เปี่ยม ถาวรนันท์,(ฉายา) เปี่ยม จันทโชโต, (สมณศักดิ์) พระครูสุเมธีวรคุณ) องค์ใหญ่ ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว รูปหล่อหลวงพ่อมีสีทอง ความสูง 12 เมตร อยู่บนฐานที่สูงเท่าอาคารสองชั้น รวมความสูงก็ยี่สิบกว่าเมตร หลวงพ่อตั้งอยู่บนลานกว้างที่เกือบจะกึ่งกลางของพื้นที่วัด ความสูงขนาดนี้ในวัดชนบทแบบประจวบฯ ก็ยากที่จะหาอาคารรอบๆ ที่สูงกว่าได้ นอกเสียจากปลายยอดของเมรุ… กับต้นไม้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่เป็นเงาตะคุ้มอยู่เบื้องหลังหลวงพ่อnn“ต้นอะไรนะ ?”nnด้วยความสงสัยก็เลยเดินเข้าไปดู เราอาจจะเป็นคนในพื้นที่ แต่บางทีการอยู่มานานก็ทำให้ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียด เหมือนกับที่หนังสือจิตวิทยาชื่อดัง The Invisible Gorilla อธิบายเอาไว้ละมั้งว่า เมื่อเราโฟกัสกับบางสิ่ง เราก็จะง่ายที่จะลืมโฟกัสกับสิ่งอื่นแวดล้อม เมื่อเข้าวัดมาเราก็มององค์หลวงพ่อจนอาจจะลืมดูต้นไม้ด้านหลังnnพอเดินเข้าไปใกล้ ใต้โคนต้นก็ใช่ว่าจะหาคำตอบได้ทันทีว่ามันคืนต้นอะไร เพราะ ให้ตายเหอะ มันสูงเสียจนไม่สามารถมองใบหรือกิ่งได้ชัดเจน และเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วด้วย ถ้าอยู่จนมืดก็กลับว่าจะยิ่งสับสนระหว่างต้นไม้ใหญ่นี่ กับขาเปรต (ถ้าเกิดมี) ก็ได้ ก็เลยรีบๆ ถ่ายรูป แล้วรีบถอยกลับออกจากวัดก่อนจะมืดnnจะไม่ให้กลัวได้อย่างไรหล่ะ เพราะเลยต้นไม้ใหญ่ไปนิดเดียวก็เป็นป่าช้า เจดีย์และที่เก็บผู้วายชนม์เต็มไปหมดnnเมื่อกลับมากูเกิ้ลดูก็สรุปว่า … ต้นตีนเป็ด ! หรือ พระยาสัตบรรณ นั่นแหละ ต้นไม้ใหญ่ที่เจอในวัดnnแต่พระยาสัตบรรณสูงขนาดนี้ 20 -30 เมตร แบบที่วัดเกาะหลักนี่ไม่เคยเจอที่อื่นเลย เพราะถึงสัตบรรณจะเป็นไม้ที่นิยมปลูก แต่เมื่อมันสูงระดับหนึ่ง ก็จะถูกโค่นทิ้ง เพราะใหญ่มาก และหลายคนก็ไม่ชอบกลิ่นของดอกสัตบรรณ ซึ่งสัตบรรณจะออกดอกช่วงปลายฝน ราวเดือนตุลาคมnnอันที่คำว่า สัตบรรณ หรือ “Saptaparna”, “Saptaparni” เป็นชื่อที่ถอดเสียงมาจากภาษาสันสฤต โดยตรงnnSaptaparna เกิดจากคำสองคำมารวมกัน คือ Sapta และ ParnannSapta แปลว่า เจ็ด, Parna แปลว่า ใบnnคำว่า สัตบรรณ จึงหมายความว่า ต้นไม้ที่มีใบ 7 ใบnnมีเรื่องเล่าทางศาสนาว่า วันหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เทศนาธรรมให้กับบรรดาขอทาน พระองค์ได้ทรงเปรียบเทียบใบของต้นสัตบรรณว่าเหมือนกับมนุษย์ ถ้าใบใบหนึ่งฉีกขาดออกมาแล้ว ใบที่เหลือก็จะสามารถที่จะฉีดออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าใบทุกใบอยู่พร้อมเพรียงกันมันก็จะแข็งแกร่งnnสัตบรรณ จึงแฝงความหมายถึง สัปปุริสธรรม 7 ประการ (ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักเหตุ อัตถัญญุตา เป็นผู้รู้จักผล อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตน มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาล ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักบริษัท ปุคคลัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล)nnสัตบรรณ ยังเป็นชื่อของถ้ำสัตบรรณ (Saptaparni cave) ซึ่งถ้ำแห่งนี้ปัจจุบันราชคฤห์, รัฐพิหาร (Rajgir, Bihar, India) ประเทศอินเดีย ซึ่งในสมัยโบราณหน้าถ้ำมีต้นสัตบรรณใหญ่ขึ้นอยู่จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ถ้ำสัตบรรณเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิทางศาสนาพุทธ เพราะเชื่อว่าพระพุทธเจ้าใช้ชีวิตในช่วงก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานที่นี่ พระพุทธเจ้าทรงใช้ถ้ำเป็นสถานที่ในการเทศนาธรรมให้กับพระอรหัตถ์บางรูปnnหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปริพนิพพาน ได้ 3 เดือน ถ้ำสัตบรรณถูกใช้เป็นสถานที่ในการสังคยานาพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก โดยมีพระอรหันต์มาประชุมกัน 500 รูป โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งพระอานนท์ (Ananda) และพระอุบาลี (Upali) เป็นผู้รวบรวบพระธรรม และพระธรรมวินัยnnที่มหาวิทยาลัยวิสวา-ภารตี (Visva-Bharati University) ในอินเดีย ซึ่งก่อตั้งโดยรพินทรนาถ ฐากุร (Rabindranath Tagore) ยังมีธรรมเนียมการมอบใบสัตบรรณเป็นสัญลักษณ์ให้กับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาด้วย … 🍃