Amitav Ghosh, The Glass Palace

January 1, 1970 / Cheka Aisya

The Confessions of Saint Augustine

January 1, 1970 / user

Hernan Diaz, Trust

January 1, 1970 / user

Rachel Kadish, The Weight Of Ink

January 1, 1970 / user

Eric Weiner, The Geography of Bliss

January 1, 1970 / user

D. Elton Trueblood

January 1, 1970 / user

Thomas Mann, The Magic Mountain

January 1, 1970 / user

Jonathan Safran Foer

January 1, 1970 / user

Charlie Chaplin

January 1, 1970 / user

Sarah Dessen

January 1, 1970 / user

วันจัน

January 1, 1970 / user

Nicholas Sparks, The Notebook

January 1, 1970 / user

Tami Hoag, Dark Horse

January 1, 1970 / user

Paulo Coelho, Eleven Minutes

January 1, 1970 / user

Margaret Thatcheh

January 1, 1970 / user

Bob Goff

January 1, 1970 / user

Ronald Reagan

January 1, 1970 / user

Turning Point USA

January 1, 1970 / user

Carl von Clausewitz

January 1, 1970 / user

J.D. sStroube, Caged by Damnation

January 1, 1970 / user

Ivan Turgenev

January 1, 1970 / user

Arthur Koestlerh

January 1, 1970 / user

Ads

January 1, 1970 / user

Maya Angelou

January 1, 1970 / user

Dan Ariely, Predictably Irrational

January 1, 1970 / user

King Rama 9

January 1, 1970 / user

Adlai E. Stevenson

January 1, 1970 / user

John Fitzgerald Kennedy

January 1, 1970 / user

Olga Tokarczuk

January 1, 1970 / user

…ใต้ต้นมะหวด

January 1, 1970 / user

ผีพราย

January 1, 1970 / user

An Ember in the Ashes, Sabaaa Tahir

January 1, 1970 / user

ละหุ่ง

January 1, 1970 / user

King Rama 9

การที่จะอธิบายว่า พระมหากษัตริย์คืออะไรนั้น ดูเป็นปัญหาที่ยากพอสมควร โดยเฉพาะในกรณีของข้าพเจ้า ซึ่งถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่าพระมหากษัตริย์ แต่โดยหน้าที่ที่แท้จริงแล้วดูจะห่างไกลจากหน้าที่ที่พระมหากษัตริย์ที่เคยรู้จักหรือเข้าใจกันมาแต่ก่อนnnหน้าที่ของข้าพเจ้าในปัจจุบันนั้น ก็คือทำอะไรก็ตามที่เป็นประโยขน์ถ้าถามว่าข้าพเจ้ามีแผนการอะไรบ้างในอนาคตคำตอบก็คือไม่มี เราไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามเราก็จะเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับเรา

John Fitzgerald Kennedy

Communism has never come to power in a country that was not disrupted by war or corruption, or both.nnคอมมิวนิสต์จะไม่สามารถขึ้นมามีอำนาจได้ หากประเทศนั้นไม่เกิดความแตกแยกเพราะสงครามหรือการคอร์รัปชั่น หรือทั้งสอง

…ใต้ต้นมะหวด

เช้าวันนี้ (18 มี.ค. 66) ออกมาตัดหญ้าแล้วก็ปลูกมะพร้าวไปสี่กห้าลูกใกล้ๆ กับต้นมะหวดที่กำลังออกดอก ดอกของมะหวดนี่ดูคล้ายกับรวงข้าว แต่ว่าช่อดอกมันชี้ไปคนละทิศคนละทาง ในสวนนี่มีต้นมะะหวดอยู่กอเดียว มันต้นดังเดิมที่เห็นมาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่ว่าก็แทบจะไม่ใหญ่ขึ้นเลย แม่บอกว่าที่ทางบ้านแม่ที่ท่าชนะ เรียกมะหวดว่า “ลูกซำ” ส่วนฝรั่งเรียก ถั่วพระจันทร์ (Luna nut) หรือ Leenh (Lepisanthes rubiginosa

ผีพราย

เมื่อตอนเล็กๆ จำได้ว่าผู้เขียนตามพ่อไปตกปลาตรงอ่าวประจวบซึ่งอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ อยู่สองสามหน ตอนนั้นพ่อพาไปช่วงหัวค่ำสองสามทุ่ม การตกปลาตอนนั้นเราไม่มีเบ็ดสำเร็จรูปเหมือนสมัยนี้ แต่ว่ามักจะมีแค่เส้นเอ็นกับกระป๋องนมที่เอาไว้พันเก็บเส้นเอ็นเท่านั้น แล้วพวกเราก็จะไปนั่งบนสะพานปลาที่อ่าวประจวบ แล้วก็หย่อนเบ็ดลงมาตามช่องระบายน้ำของสะพาน สะพานปลารุ่นเก่าดั่งเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสราญวิถีแบบที่เห็นในปัจจุบันนั้น ยังเป็นสะพานสำหรับเรือประมงให้เรือมาเทียบท่าเพื่อขนปลาขึ้นฝั่ง ถนนบนสะพานเป็นคอนกรีด แต่ว่าเสาทำจากไม้มะพร้าวหรือไม้ตาล บนถนนมีการเจาะรูระบายน้ำอยู่หลายรูเพื่อระบายน้ำไม่ให้ขังบนสะพาน ต่างกับสะพานปัจจุบันที่เป็นแลนมาร์คและจุดชมวิวเพื่อการท่องเที่ยว และก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการประมงเสียแล้วnnสมัยนั้นออกไปตกปลา แต่ว่าไม่เคยจะตกปลาได้หรอก เพราะเรายังเด็ก กลางวันวิ่งเล่นจนเพลียแล้ว พอหัวค่ำจริงๆ ก็ง่วงแล้ว จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ไปตกปลา

ละหุ่ง

ตัวเมืองประจวบฯ เป็นเมืองที่ค่อนข้างจะดูแห้งแล้ง สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ ที่ถูกน้ำท่วมขังมายาวนาน มีสภาพเหมือนป่าชายหาดที่ไม่ค่อยจะมีต้นไม้ใหญ่ ตั้งแต่สมัยผู้เขียนเด็กๆ เวลาปั่นจักรยานไปโรงเรียนประถม ซึ่งห่างบ้านไปราวสามสี่กิโล ตลอดสองข้างทางรถไฟก็จะเป็นแอ่งน้ำที่มีต้นธูปฤษีขึ้นเต็มไปหมด ตรงไหนต้นธูปฤษีน้อยหน่อยก็มีบัวหลวงขึ้น พอไปถึงโรงเรียนซึ่งปัจจุบันรอบๆ กลายเป็นตึกและบ้านเรือนเต็มไปหมดแล้ว แต่เมื่อสักสามสิบปีก่อนนั้น โรงเรียนเหมือนตั้งอยู่ในโอเอซิส ข้างๆ โรงเรียนด้านทิศตะวันตกเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ส่วนทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านหลังของโรงเรียนเป็นทุ่งโล่งๆ ที่แทบไม่มีต้นไม้ใหญ่ หน้าร้อนแสนจะกันดาน เพราะหน้าดินแตกเป็นแผ่นๆ และมองดูเป็นสีส้มแสบตา

กาหยู … กับการล่าอาณานิคม

ปีนี้อากาศเย็นนานติดต่อกันหลายวันตั้งแต่ต้นปี ช่วงนี้ผลไม้ในสวนดูจะแข่งกันออกดอกดี ทั้งมะม่วง และมะม่วงหิมะพานต์nnมะม่วงหิมะพานต์นี่เวลาที่ติดลูกก็ดูแปลกดี เพราะว่าเมล็ดของมัน (ส่วนที่เอามาทำเป็นเม็ดมะม่วงหิมะพานต์) จะออกมาก่อน แล้วส่วนที่เป็นผลของมันจะค่อยๆ โตตามมาที่หลังnnมะม่วงหิมะพานต์ที่สวนนี่ปลูกเอาไว้หลายต้น เป็นเหมือนไม้ประดับ เพราะชอบฟอร์มของต้น ที่สวยดี ลำต้นคดไปมา เหมือนกับไม้ตัดของญี่ปุ่นที่ใช้เวลาหลายสิบปีในการตัด แต่ว่ามะม่วงหิมพานต์มันดัดเองโดยธรรมชาติ และเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่ได้หลายสิบเมตร ในขณะที่ใบก็ไม่เยอะ เวลาติดผลสีแดง ก็มองดูสวยดี แต่ว่าเมื่อปีที่แล้วฝนตกเยอะทำให้ดินอ่อน ประกอบกับลมแรงจัดช่วงปลายมรสุม ทำให้มะม่วงหิมะพานต์ที่ปลูกเอาไว้ล้มไปหลายต้นnnมะม่วงหิมะพานต์ที่สวนนี่เป็นพันธุ์ที่มีผิวสีแดง